หน้าแรก / บล็อก / วิธีแก้ OTP Binance ผิดพลาดและทำหาย ตั้งแต่รหัสใช้ไม่ได้จนถึงรีเซ็ต 2FA
Binance

วิธีแก้ OTP Binance ผิดพลาดและทำหาย ตั้งแต่รหัสใช้ไม่ได้จนถึงรีเซ็ต 2FA

คู่มือแก้ปัญหาแบบทีละขั้น เมื่อ OTP ของ Binance หายหรือรหัส 2FA ใช้ไม่ได้ ผ่านการยืนยันตัวตนเพื่อรีเซ็ตอย่างปลอดภัยและกู้บัญชีกลับคืนมา

Rewardoc Research
Rewardoc Research
· อ่าน 14 นาที · ตรวจสอบโค้ดล่าสุดแล้ว

ซื้อมือถือใหม่ ย้ายข้อมูลครบทุกอย่าง แต่ดันลืม Google Authenticator ไว้เครื่องเดียว หรือกรอกรหัส 6 หลักผิดติดกันสามรอบจนใจหายวาบว่า "แล้วเงินเราจะเป็นยังไง" บอกข้อสรุปก่อนเลย ทรัพย์สินไม่ได้หายไปไหนทั้งนั้น ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ ทำตามวิธีกู้คืนด้านล่าง ส่วนวิธีตั้งค่า OTP ครั้งแรก ดูได้จาก [วิธีตั้งค่า OTP บน Binance]

ความยากง่ายของการกู้คืนขึ้นอยู่กับเรื่องเดียวเท่านั้น คือตอนเปิดใช้ OTP ครั้งแรก คุณจดคีย์สำรอง 16 ตัวเก็บไว้ที่ไหนสักที่หรือเปล่า ถ้าจดไว้ก็จบใน 1 นาที ถ้าไม่ได้จดก็หนึ่งวันถึงหลายวัน


แก้ปัญหา OTP ผิดพลาด สิ่งที่ต้องเตรียมและเช็กก่อนเริ่ม

ข้อแรก เช็กว่าตอนนี้ยังเข้าอีเมลที่ใช้สมัครได้อยู่ไหม

ไม่ว่าจะไปทางไหน คุณต้องผ่านรหัสยืนยันทางอีเมลอย่างน้อยหนึ่งครั้งแน่นอน ถ้าอีเมลก็เข้าไม่ได้ด้วย ความยากจะพุ่งขึ้นทันที

ข้อสอง เตรียมตัวจริงของเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตน

พอเข้าสู่ขั้นตอนยื่นคำขอรีเซ็ต ระบบจะขอให้สแกนใบหน้าหรือถ่ายรูปเอกสารใหม่ ใช้เอกสารประเภทเดียวกับที่ยื่นตอนยืนยันตัวตนครั้งแรก จะผ่านเร็วกว่า

ข้อสาม พอรีเซ็ตแล้ว การถอนจะถูกล็อก 48 ชั่วโมง

ข้อนี้ไม่มีข้อยกเว้น Binance ไม่ได้แปลกไปกว่าใคร เอ็กซ์เชนจ์ส่วนใหญ่ก็จำกัดการถอนช่วงระยะเวลาหนึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนการตั้งค่าความปลอดภัยของบัญชี ถ้ากำลังมีเงินที่ต้องถอนด่วน ทำใจไว้ก่อนแล้วค่อยเริ่มดีกว่า แต่มองอีกมุม มันแปลว่าคนที่พยายามรีเซ็ตเพื่อยึดบัญชีเราก็ขนอะไรออกไม่ได้สองวันเหมือนกัน เป็นกลไกที่ขาดไม่ได้จริงๆ


1. ซิงค์เวลา

ถ้าในแอป Authenticator ยังเห็นรายการ Binance อยู่ดีๆ แต่รหัสใช้ไม่ได้ ต้นเหตุอาจอยู่ที่เวลาของเครื่องกับเวลาของแอป OTP ไม่ตรงกัน

  1. เปิด Google Authenticator เช็กว่ารหัส 6 หลักของ Binance ยังหมุนเปลี่ยนทุก 30 วินาทีตามปกติไหม ถ้ารหัสไม่หมุนเลย นั่นคืออีกปัญหาหนึ่ง
  2. แตะเมนูจุดสามจุดมุมขวาบน ไอคอนจุดสามจุดแนวตั้งที่มุมขวาบนของหน้าจอ
  3. เข้า [การตั้งค่า] เลือก [การตั้งค่า] จากเมนู
  4. เลือก [แก้ไขเวลาสำหรับรหัส] หาในรายการแล้วกด เมนูนี้มีเฉพาะบน Android เท่านั้น iPhone ไม่มีหัวข้อนี้เลย ให้ข้ามไปข้อ 6
  5. กด [ซิงค์ตอนนี้] กดแล้วแอปจะเทียบเวลากับเซิร์ฟเวอร์เวลาของ Google แล้วขึ้นข้อความประมาณ "ซิงค์เวลาเรียบร้อยแล้ว" การซิงค์นี้มีผลแค่ภายในแอป Authenticator ไม่ได้ไปยุ่งกับนาฬิกาของเครื่อง
  6. ตั้งเวลาระบบของเครื่องกลับเป็นอัตโนมัติ บน Android: การตั้งค่า > การจัดการทั่วไป > วันที่และเวลา บน iPhone: การตั้งค่า > ทั่วไป > วันที่และเวลา แล้วเปิด [ตั้งค่าอัตโนมัติ] ถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วปรับโซนเวลาเองไว้ ก็ปรับกลับเป็นอัตโนมัติด้วย
  7. ล็อกอินใหม่ด้วยรหัสสดๆ กลับไปที่แอป รอให้รหัสเปลี่ยนรอบใหม่ แล้วค่อยกรอกรหัสที่ยังเหลือเวลาเยอะๆ ถ้าก๊อปรหัสที่เหลืออีก 3 วินาที กว่าจะวางเสร็จมันก็หมดอายุ ผิดอีกรอบ คนพลาดตรงนี้เยอะกว่าที่คิด

ทำถึงตรงนี้ ปัญหารหัสผิดส่วนใหญ่ก็จบแล้ว ถ้ายังไม่ตรงอีก แปลว่าการเชื่อมต่อกับบัญชีขาดไปจริงๆ เลื่อนลงไปอ่านต่อ


2. กู้คืนด้วยคีย์สำรอง (กรณีมีคีย์สำรอง)

ถ้าตอนตั้งค่า OTP ครั้งแรก คุณจดชุดตัวอักษรและตัวเลข 16 ตัวที่ขึ้นบนหน้าจอไว้ในกระดาษหรือแอปจัดการรหัสผ่าน ก็ไม่ต้องไปยุ่งกับฝั่ง Binance เลย แค่ใส่คีย์นั้นกลับเข้าแอป Authenticator ก็พอ

  1. ติดตั้ง Google Authenticator บนเครื่องใหม่ เอาแอป OTP ลงเครื่องใหม่ก่อนเป็นอันดับแรก
  2. เปิดแอปแล้วแตะ [+] ปุ่มที่มุมขวาล่างของหน้าจอ
  3. เลือก [ป้อนคีย์การตั้งค่า] จะมีสองตัวเลือกขึ้นมา คือสแกน QR กับป้อนคีย์การตั้งค่า ตอนนี้ไม่มี QR ให้สแกน ก็ไปทางป้อนคีย์
  4. กรอกชื่อบัญชีและคีย์ ช่องชื่อบัญชีใส่ Binance ไว้จะได้จำได้ทีหลัง ส่วนช่องคีย์ใส่ 16 ตัวลงไป ตัวพิมพ์ใหญ่เล็กไม่มีผล เว้นวรรคตรงกลางจะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่ระวังตัว O กับเลข 0 และตัว I กับเลข 1 ให้ดี อ่านผิดทีเดียวคือพังเลย
  5. ประเภทคีย์ปล่อยไว้ที่ [ตามเวลา] ไม่มีเหตุผลต้องเปลี่ยน ค่าเริ่มต้นคือตามเวลาอยู่แล้ว
  6. กด [เพิ่ม] แล้วเช็กรหัส รายการ Binance จะโผล่ในลิสต์และเลข 6 หลักเริ่มหมุน เอารหัสนั้นไปล็อกอินก็เข้าได้เลย
  7. เข้าไปแล้วเคลียร์เครื่องเก่า เข้าไปดูที่การตั้งค่าความปลอดภัย เช็กรายการแอป Authenticator ที่ลงทะเบียนไว้ ถ้าเครื่องเก่าหายหรือส่งต่อให้คนอื่นไปแล้ว ก็ตัดเซสชันของเครื่องนั้นทิ้ง แล้วถือโอกาสเช็กด้วยว่ารายการที่อยู่กระเป๋าสำหรับถอน (whitelist) ยังเหมือนเดิมอยู่ไหม

ถ้าเครื่องเก่ายังอยู่ในมือ

กำลังเปลี่ยนเครื่องแล้วมือถือเก่ายังอยู่กับตัว แบบนี้ไม่ต้องไปหาคีย์สำรองเลยด้วยซ้ำ เข้า Google Authenticator บนเครื่องเก่า ไปที่เมนู [ส่งออกบัญชี] เลือกรายการที่จะย้าย แล้ว QR จะขึ้นมา จากนั้นบนเครื่องใหม่กด [+] แล้วเลือก [สแกนคิวอาร์โค้ด] ยิงไปที่ QR นั้น บัญชีที่ลงทะเบียนไว้ก็ย้ายมาทั้งยวง (ถ้าใช้เอ็กซ์เชนจ์หลายเจ้า วิธีนี้เร็วกว่ามาก)

ถ้าเปิดซิงค์บัญชี Google ไว้อยู่แล้ว แค่ล็อกอินบัญชี Google เดิมบนเครื่องใหม่ รายการอาจตามมาเองเลยก็ได้ แต่อันนี้ใช้ได้เฉพาะคนที่เปิดไว้ล่วงหน้า เลยควรมองเป็นแค่จุดที่ควรลองเช็กดู


3. กรณีไม่มีคีย์สำรอง ยื่นคำขอรีเซ็ต 2FA

ไม่มีทั้งแอป Authenticator และคีย์สำรอง แปลว่าล็อกอินไม่ได้เลย ก็ต้องพิสูจน์กับ Binance อีกรอบว่า "ฉันคือเจ้าของบัญชีจริง" แล้วขอให้ปลดวิธียืนยันตัวตนออกให้

  1. เข้า Binance ผ่านเบราว์เซอร์ > กรอกอีเมลหรือเบอร์โทร > กด [Next] ใส่อีเมลที่ใช้ตอนสมัคร [รูปภาพ: หน้าจอกรอกอีเมล]
  2. ถ้ามีป๊อปอัป Passkey ขึ้นมา กด [Cancel] บัญชีที่ลงทะเบียน Passkey ไว้ หน้าต่างสแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้าจะเด้งขึ้นมาก่อน ถ้าใช้ไม่ได้ก็กด [Cancel] แล้วเลือก [My Passkeys Are Not Available] ส่วนบัญชีที่ไม่ได้ใช้ Passkey หน้านี้จะไม่ขึ้นเลย ข้ามไปเอง
  3. กรอกรหัสผ่านแล้วกด [Next] ถ้าจำรหัสผ่านไม่ได้ด้วย ให้ไปรีเซ็ตรหัสผ่านให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับมา อนึ่ง การเปลี่ยนรหัสผ่านก็มีข้อจำกัดการถอน 24 ชั่วโมงพ่วงมาต่างหากด้วย
  4. มาถึงหน้ายืนยันความปลอดภัย หน้าที่ให้กรอก OTP 6 หลัก ก็คือหน้าที่คุณติดอยู่ตอนนี้นั่นแหละ
  5. คลิก [Security verification unavailable?] อยู่เป็นตัวเล็กๆ ใต้ช่องกรอก แล้วแต่เวอร์ชันแอปหรือการตั้งค่าภาษา บางทีอาจขึ้นเป็นข้อความประมาณ [Can't access authenticator?]
  6. ในหน้า Reset Security Verification ติ๊กสิ่งที่หายไป แอป Authenticator, SMS, อีเมล ติ๊กทุกอย่างที่ตอนนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าหายแค่แอป Authenticator ก็ติ๊กแค่อันนั้น แต่ถ้ามือถือหายทั้งเครื่องจนรับ SMS ไม่ได้ด้วย ก็ติ๊กทั้งสองอัน (เลือกตามสถานการณ์จริง)
  7. คลิก [Confirm Reset] จะมีข้อความแจ้งเรื่องข้อจำกัดการถอน 48 ชั่วโมงขึ้นมาพร้อมกัน
  8. กรอกรหัสยืนยันทางอีเมล รหัสจะส่งไปที่อีเมลที่ลงทะเบียนไว้ ไม่มาก็ดูกล่องสแปมก่อน
  9. เลือกเหตุผลในการรีเซ็ต จะมีตัวเลือกอย่างทำเครื่องหาย เปลี่ยนเครื่อง ลบแอปทิ้ง เลือกอันที่ตรงกับความจริง
  10. สแกนใบหน้า ถ้าเริ่มจากเบราว์เซอร์ จะมี QR ขึ้นมา ให้สแกนด้วยแอป Binance แล้วสแกนใบหน้าผ่านกล้องมือถือ แอปต้องเป็นเวอร์ชันล่าสุด ถอดหมวกถอดแมสก์ และถ่ายในที่ที่มีแสงสว่างพอ
  11. ถ่ายเอกสารยืนยันตัวตนใหม่ บางกรณีระบบจะขอให้ถ่ายเอกสารใบเดิมที่ใช้ยืนยันตัวตนครั้งแรกอีกรอบ ถ่ายให้ไม่มีแสงสะท้อน และให้เห็นครบทั้งสี่มุม
  12. ถ้าจำเป็นก็ต้องส่งวิดีโอ ถ้าระบบตรวจอัตโนมัติตัดสินไม่ได้ จะขอวิดีโอเพิ่ม วิธีคือนั่งให้เห็นหน้าชัดเจน มือหนึ่งถือเอกสาร อีกมือถือกระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือ ในโน้ตให้เขียนวันที่วันนี้ อีเมลของบัญชี และวิธียืนยันตัวตนที่ต้องการรีเซ็ต ถ้าพูดภาษาอังกฤษไม่ถนัด ก็เขียนเนื้อหาเดียวกันเป็นภาษาอังกฤษลงกระดาษแล้วยกให้กล้องเห็น ส่วนคำอธิบายจะพูดภาษาตัวเองก็ได้
  13. รอผลตรวจสอบ ถ้าระบบจัดการอัตโนมัติก็ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้าเข้าสู่ขั้นที่คนตรวจเอง ก็หนึ่งวันถึงหลายวัน ช่วงนี้ถ้าเอกสารเรียบร้อย มักไม่เกินหนึ่งวัน (เร็วสุดกู้คืนได้ภายในชั่วโมงเดียว) ระหว่างนี้ถ้ายื่นคำขอเดิมซ้ำหลายรอบ การตรวจสอบจะเริ่มนับหนึ่งใหม่ ยื่นครั้งเดียวแล้วรอเฉยๆ ดีกว่า
  14. เช็กอีเมลอนุมัติแล้วล็อกอิน พอเมลแจ้งว่าปลดวิธียืนยันตัวตนแล้วส่งมาถึง คุณจะล็อกอินได้ด้วยอีเมลกับรหัสผ่านเท่านั้น
  15. ลงทะเบียนแอป Authenticator ใหม่ เข้าเมนูความปลอดภัยในโปรไฟล์ เปิดหัวข้อ Authenticator แล้วสแกน QR ขั้นตอนเหมือนตอนตั้งค่าครั้งแรกเป๊ะ ทำตามบทความ [วิธีตั้งค่า OTP บน Binance] ได้เลย
  16. คราวนี้จดคีย์สำรอง 16 ตัวไว้ด้วย ใต้ QR หรือกดลิงก์ประมาณ [สแกน QR ไม่ได้ใช่ไหม] จะเห็นชุด 16 ตัว (การที่คุณมาอ่านหัวข้อนี้ แปลว่าตอนตั้งค่าครั้งแรกไม่ได้เก็บไว้ คราวนี้เก็บให้ดีล่ะ) ส่วนการแคปหน้าจอเก็บไว้ในแกลเลอรีนั้นไม่มีความหมายและอันตรายด้วย เพราะพอมือถือหายมันก็หายตามไปพร้อมกัน
  17. ผ่านไป 48 ชั่วโมง การถอนกลับมาปกติ หลังรีเซ็ต สองวันนี้การถอนและฟังก์ชันบางอย่างจะถูกล็อกไว้ ส่วนการเทรดและการฝากยังทำได้ตามปกติ พอครบเวลามันปลดเอง ไม่ต้องไปยื่นขออะไรเพิ่ม

อ่านต่อ