หน้าแรก / บล็อก / วิธีเทรด futures บน Binance (มือใหม่เรียนตั้งแต่โอนเงินจนถึงปิดออร์เดอร์)
Binance

วิธีเทรด futures บน Binance (มือใหม่เรียนตั้งแต่โอนเงินจนถึงปิดออร์เดอร์)

เพิ่งเริ่มเทรด futures บน Binance ใช่ไหม รวบไว้ให้ครบในที่เดียวพร้อมภาพประกอบระดับมือใหม่ ตั้งแต่ย้าย USDT จากกระเป๋า spot เข้าโพซิชัน long/short ตั้ง TP/SL ไปจนถึงปิดโพซิชัน

Rewardoc Research
Rewardoc Research
· อ่าน 14 นาที · ตรวจสอบโค้ดล่าสุดแล้ว

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่การย้าย USDT จากกระเป๋า spot ไปกระเป๋า futures บน Binance เปิดโพซิชันจริงไม่ว่าจะ long หรือ short ตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร ไปจนถึงการปิดโพซิชันเป็นขั้นตอนสุดท้าย รวบวิธีเทรด futures ไว้ในที่เดียวจากมุมมองของคนเพิ่งเริ่ม


💡 เดี๋ยวก่อน ก่อนจะเริ่ม!


กระเป๋า futures แยกออกจากกระเป๋า spot

กระเป๋า spot คือบัญชีที่คุณซื้อเหรียญมาแล้วถือไว้เฉยๆ ซื้อเท่าไหร่ก็ขาดทุนเท่านั้น ได้กำไรเท่านั้น ส่วนกระเป๋า futures คือบัญชีมาร์จิ้น เงินที่อยู่ในนั้นไม่ได้เอาไปซื้อเหรียญ แต่ถูกยึดไว้เป็นหลักประกันว่า "ฉันเดิมพันไปในทิศทางนี้แล้ว" เพราะแบบนี้กระเป๋าสองใบถึงถูกแยกออกจากกัน


เปิดบัญชี futures และย้ายเงินเข้า

1. เข้าเมนู futures

หน้าจอเข้าสู่หน้าเทรด futures ผ่านเมนู 'Futures' ด้านบนของเว็บไซต์ Binance

คลิก [Futures] ที่เมนูด้านบน แล้วเลือก [USD-M Futures] USD-M คือตลาดที่ใช้ USDT เป็นมาร์จิ้น ส่วน COIN-M ใช้ตัวเหรียญเองเป็นมาร์จิ้น เป็นการเทรดโดยวางคริปโตอย่างบิตคอยน์ (BTC) หรืออีเธอเรียม (ETH) เป็นหลักประกัน ซึ่งในกรณีทั่วไปแทบไม่มีใครใช้วิธีนี้กัน ทั้งปริมาณการเทรดและข้อมูลกระจุกอยู่ฝั่ง USD-M หมด

2. แบบทดสอบเปิดใช้งานบัญชี

ถ้าเพิ่งเล่น futures ครั้งแรก จะมีหน้าจอแนะนำขึ้นมา กด [Open Now] หรือ [Start Quiz] แล้วตอบคำถามให้ครบ ระดับความยากประมาณว่าเลเวอเรจคืออะไร การล้างพอร์ตเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แค่นั้น (บางบัญชีอาจไม่ขึ้นเลยก็ได้)

3. เข้าสู่หน้าจอเทรด

หน้าจอที่เข้าสู่หน้าเทรด futures ของ Binance แล้ว

ผ่านแบบทดสอบแล้วจะเด้งเข้าหน้าเทรด futures ทันที กราฟแท่งเทียนมีตัวเลขเต็มไปหมด แรกเห็นอาจตาลาย แต่สิ่งที่ต้องกดจริงๆ ตอนเทรดคือแผงคำสั่งซื้อขายทางขวาเท่านั้น

4. ย้ายเงินเข้าบัญชี futures

หน้าจอที่เน้นตำแหน่งปุ่ม 'Transfer' ที่มุมซ้ายล่างของแผงเทรด futures ของ Binance

มองที่ด้านล่างของแผงคำสั่งทางขวา ในส่วน [Account] จะมีปุ่ม [Transfer] อยู่ ถ้าเป็นแอปมือถือก็อยู่ชื่อเดียวกันตรงมุมขวาล่างของหน้า futures หรือในส่วนสินทรัพย์ ยอดคงเหลือขึ้น 0.00 USDT คือเรื่องปกติ เพราะยังไม่ได้ย้ายอะไรมาจากบัญชี spot เลย

5. เช็กทิศทางการโอน

หน้าจอที่ตั้งค่าเป็น 'Spot to USD-M Futures' ในป๊อปอัป 'Transfer'

พอป๊อปอัปขึ้นมา ตั้ง From เป็น [Spot] และ To เป็น [USD-M Futures] มีลูกศรให้กดสลับทิศทางได้ ถ้าบัญชี spot มีเงินอยู่แต่ระบบขึ้นว่า "ยอดคงเหลือไม่พอ" ซ้ำๆ ลองเช็กว่าทิศทางกลับด้านอยู่หรือเปล่า

6. กรอกจำนวนแล้วโอน

หน้าจอกรอกจำนวนเงินที่จะโอนจากบัญชี spot ไปบัญชี futures

ปล่อยเหรียญไว้ที่ [USDT] กรอกจำนวนแล้วกด [Confirm] ไม่มีค่าธรรมเนียมการโอนและเข้าทันที ถ้ากด [Max] เงินทั้งหมดในบัญชี spot จะย้ายไปบัญชี futures

7. ตรวจสอบยอดคงเหลือ

หน้าจอที่ยอดเงินเข้ากระเป๋าบัญชี futures ของ Binance แล้ว

ดูที่ [Account] ใต้แผงคำสั่งว่ายอดเปลี่ยนเป็นจำนวนที่เพิ่งโอนมาหรือยัง ส่วน [Avbl] ด้านบนก็เช็กยอดคงเหลือปัจจุบันได้ง่ายๆ


ตั้งค่าก่อนส่งคำสั่ง

1. เลือกเหรียญที่จะเทรด

หน้าจอเลือกคู่เทรดจากมุมซ้ายบนของหน้าเทรด futures

คลิกชื่อเหรียญที่มุมซ้ายบนเพื่อเลือกคู่ที่จะเทรด จะเห็นเป็นแบบ BTC/USDT หรือ ETH/USDT ซึ่งเรียกกันว่า คู่เทรด (Trading Pair)

พูดง่ายๆ มันบอกว่า "เราจะเดิมพันการเคลื่อนไหวของราคาเหรียญไหน (ฝั่งซ้าย) โดยวัดเทียบกับสินทรัพย์อะไร (ฝั่งขวา)" คู่เทรดประกอบด้วยสองสัญลักษณ์คั่นด้วยเครื่องหมายทับ (/)

  • เหรียญที่อยู่ข้างหน้า (สินทรัพย์อ้างอิง / Base Asset): คือสิ่งที่เราต้องการเทรด (เช่น BTC, ETH, SOL)
  • เหรียญที่อยู่ข้างหลัง (สินทรัพย์ชำระราคา / Quote Asset): ทำหน้าที่เป็น​'สกุลเงิน'ที่ใช้วัดราคา (เช่น USDT, USDC, USD)

2. ตั้งค่าโหมดมาร์จิ้น

หน้าจอตั้งค่าโหมดมาร์จิ้นจากแผงคำสั่งทางขวา

คลิกที่ป้าย [Cross] หรือ [Isolated] ด้านบนแผงคำสั่ง จะมีป๊อปอัปสำหรับตั้งค่าโหมดมาร์จิ้นขึ้นมา

ป๊อปอัปเลือกโหมดมาร์จิ้น

Cross คือการแชร์เงินทั้งกระเป๋า futures เป็นมาร์จิ้นร่วมกัน ส่วน Isolated คือมีแค่จำนวนที่ใส่ลงในโพซิชันนั้นที่เสี่ยง

3. ตั้งค่าเลเวอเรจ

ป๊อปอัปตั้งค่าเลเวอเรจ

ตรงข้างๆ ปุ่มตั้งโหมดมาร์จิ้น จะมีส่วนที่เขียนว่า [20x] นั่นคือที่ตั้งค่าตัวคูณเลเวอเรจ ค่าเริ่มต้นคือ 20 เท่า คลิกที่ป้ายนั้น เลื่อนสไลเดอร์ปรับตัวคูณตามต้องการ แล้วกด [Confirm] เพื่อบันทึก


เริ่มเทรด (ส่งคำสั่ง long / short)

พอเริ่มเทรด futures เราจะเรียกสิ่งนี้ว่า 'โพซิชัน' ตอนเริ่มเทรด futures ไม่ว่าจะ long (ซื้อ) หรือ short (ขาย) ก็คือการเข้าเทรด และสถานะที่ทำสัญญาไว้แล้วแต่ยังไม่ปิดแบบนี้เรียกว่า 'โพซิชัน'

1. เลือกประเภทคำสั่ง

แท็บตั้งค่า limit / market ในแผงคำสั่งทางขวา

เลือก [Limit] หรือ [Market] จากแท็บด้านบนของแผงคำสั่ง Limit คือการตั้งราคาที่เราต้องการไว้แล้วรอ ส่วน Market คือจับคู่ให้ทันทีที่ราคาเสนอตอนนี้

2. กรอกจำนวน

ช่องกรอกจำนวนและสไลเดอร์เปอร์เซ็นต์

กรอกราคาที่ต้องการใน [Price] และจำนวนที่จะสั่งใน [Size] (ถ้ากรอกเองแล้วยาก ลองเลื่อนสไลเดอร์เปอร์เซ็นต์ (%) ที่อยู่ใต้ช่องจำนวน จะปรับจำนวนให้พอดีกับยอดเงินของเราได้ง่ายกว่า)

หน้าจอที่เลือกประเภทคำสั่งเป็น Market แล้วช่องกรอกราคาหายไป

ถ้าเลือกประเภทคำสั่งเป็น Market ช่องกรอกราคาจะหายไป เพราะคำสั่งจะถูกส่งที่ราคาตลาดตอนนี้ทันที กรอกแค่จำนวนก็พอ

13. เช็กราคาล้างพอร์ต

ส่วนแสดงราคาล้างพอร์ตที่อยู่ด้านล่างแผงคำสั่ง

ดูราคาล้างพอร์ตโดยประมาณ (Liq. Price) ที่แสดงในส่วนข้อมูลคำสั่งก่อนไปต่อ ถ้าราคาแตะจุดนั้น โพซิชันจะถูกปิดโดยบังคับ ถ้ารู้สึกว่าราคาล้างพอร์ตใกล้เกินไปหรืออันตราย ก็ลดเลเวอเรจหรือลดจำนวนลงได้

14. กด long หรือ short (ส่งคำสั่ง)

ปุ่ม Buy/Long และ Sell/Short

คิดว่าจะขึ้นก็กดปุ่มสีเขียว [Buy/Long] คิดว่าจะลงก็กดปุ่มสีแดง [Sell/Short] ถ้าตั้งเป็นราคา limit ไว้ คำสั่งจะค้างเป็นออร์เดอร์รอจับคู่ ส่วน market จะจับคู่ที่ราคาตลาดปัจจุบันทันที

15. ตรวจสอบโพซิชัน

ข้อมูลโพซิชันที่อยู่ด้านล่างหน้าจอเทรด

แท็บ [Positions] ด้านล่างหน้าจอจะแสดงโพซิชันที่เปิดอยู่ตอนนี้ ดูได้ทั้งราคาเข้า จำนวน กำไรขาดทุนที่ยังไม่รับรู้ (PNL) และราคาล้างพอร์ต


วิธีตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไร (TP/SL)

การตั้ง TP/SL ไม่ใช่ 'สิ่งที่บังคับ' เว้นช่องว่างไว้แล้วกด [Confirm] โพซิชันก็จะรันต่อไปโดยไม่มีจุดทำกำไรและจุดตัดขาดทุน ตรงนี้คือที่สำหรับตั้งราคาทำกำไรและราคาตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้า เผื่อเวลาที่เราไม่สามารถนั่งเฝ้ากราฟและตอบสนองได้ทันที

1. เข้าไปตั้งค่า TP/SL

ในแท็บ [Positions] คลิกที่หัวข้อ [TP/SL] ของโพซิชันนั้น

2. กรอกราคาทำกำไรและราคาตัดขาดทุน

กรอกราคาเป้าหมายใน Take Profit และราคาตัดขาดทุนใน Stop Loss

3. ยืนยัน

กด [Confirm] ถ้าราคา TP/SL ขึ้นมาแสดงในแถวของโพซิชันด้วยก็คือเรียบร้อย ทีนี้ต่อให้ลุกไปทำอย่างอื่น การขาดทุนก็จะหยุดที่เส้นราคาที่กำหนดไว้ และทำกำไรออกที่ราคาที่ตั้งไว้


จบการเทรด (ปิดโพซิชัน)

1. ปิดเอง (จบการเทรด)

ถ้าอยากออกจากตลาดทันทีก่อนที่ราคาจะถึงเป้า ให้กด [Close] หรือ [Market] ในแท็บ [Positions] คำสั่งฝั่งตรงข้ามจะถูกส่งออกไปทันทีและโพซิชันก็ถูกปิด ถ้าอยากออกที่ราคาที่กำหนด ก็เลือก [Limit] แล้วกรอกราคาที่ต้องการ

2. ดูกำไรขาดทุน

หน้าจอดูรายการโพซิชันที่ปิดแล้วผ่านแท็บ [Order History] หรือ [Trade History] ด้านล่างหน้าจอ

โพซิชันที่ปิดแล้วดูเป็นกำไรขาดทุนที่รับรู้แล้วได้ในแท็บ [Order History] หรือ [Trade History] ตัวเลขที่เห็นคือผลลัพธ์หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าธรรมเนียมเงินทุน (funding fee) แล้ว ถ้าถือโพซิชันไว้นาน funding จะบวกทุก 8 ชั่วโมง ลากไปหลายวันต่อให้ทิศทางถูก กำไรก็ค่อยๆ ถูกกัดไปเรื่อยๆ

funding fee คืออะไร?

เป็น 'ค่าธรรมเนียมสำหรับปรับราคา' ที่คอยกันไม่ให้ราคา futures ห่างจากราคา spot จริงมากเกินไป เวลาคนแห่ไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกิน (เช่น long) ฝั่งที่แน่นนั้นจะจ่ายค่าตอบแทนตามอัตราที่กำหนดให้ฝั่งตรงข้าม (เช่น short) ทุก 8 ชั่วโมง ถ้าเรายืนอยู่ฝั่งข้างมาก แค่ถือโพซิชันไว้เฉยๆ เงินก้อนนี้ก็ไหลออกเรื่อยๆ เวลาลงทุนระยะยาวจึงอาจขาดทุนบานปลายได้ ต้องระวัง

3. ดึงเงินที่เหลือกลับ (ส่งไปบัญชี spot)

หน้าจอโอนเงินกลับจาก futures ไป spot

เทรดเสร็จแล้วอยากถอนกลับเข้าบัญชี spot ก็กด [Transfer] แล้วคราวนี้ตั้ง From เป็น [USD-M Futures] และ To เป็น [Spot] เพื่อย้อนกลับ


สรุปส่งท้าย

บทความออกจะยาวไปหน่อย พอไล่อธิบายฟังก์ชันทั้งหมดเรียงตามลำดับ มันเลยดูซับซ้อนมาก แต่ถ้าเคยเทรด spot มาแล้วก็ไม่ยากเท่าไหร่หรอก เหมือนเรียนวิธีขี่จักรยานจากตัวหนังสือแล้วรู้สึกยุ่งยาก แต่พอได้ปั่นจริงกลับง่ายนิดเดียว และเหนืออื่นใด อย่าลืมว่า futures มีเลเวอเรจอยู่ การบริหารความเสี่ยงจึงสำคัญที่สุด

อ่านต่อ